รู้ไหมคะว่า ร้านยาที่ออกแบบดี มียอดขายสูงกว่าร้านที่ออกแบบไม่ดีถึง 30-50%?
นั่นเป็นเพราะการออกแบบร้านยาไม่ได้แค่เรื่องความสวยงาม แต่ยังเกี่ยวข้องกับการผ่านมาตรฐาน GPP, การจัดวาง Flow ให้ลูกค้าเดินสะดวก และการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับร้านของคุณ
หลายคนลงทุนเปิดร้านยาหลักแสนถึงหลักล้าน แต่กลับไม่ผ่าน GPP ตั้งแต่รอบแรก เพราะออกแบบผิดตั้งแต่ต้น ต้องรื้อ ต้องแก้ เสียทั้งเงินและเวลา
บทความนี้ ProCabin จะแชร์ทุกอย่างที่คุณต้องรู้เรื่องการออกแบบร้านยา ตั้งแต่หลักการพื้นฐาน ไปจนถึง Layout ร้านยายอดนิยม พร้อมตัวอย่างจริงจากประสบการณ์ทำร้านยามากกว่า 300 ร้านทั่วประเทศของทีม ProCabin ค่ะ
ถ้าต้องการให้ทีมออกแบบวาง layout และผลิตตู้ให้ครบทั้งร้าน ดูบริการรับออกแบบร้านขายยาของ ProCabin ราคาเริ่มต้น 99,999 บาท
ทำไมการออกแบบร้านยาถึงสำคัญ?
การออกแบบร้านยาไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่ส่งผลโดยตรงต่อความสำเร็จของธุรกิจใน 4 มิติหลักๆ ค่ะ
1. ผ่าน GPP ตั้งแต่รอบแรก
GPP คืออะไร? GPP (Good Pharmacy Practice) คือมาตรฐานที่ร้านยาทุกร้านต้องผ่าน ถ้าออกแบบผิดตั้งแต่ต้น ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ไม่ถึงเกณฑ์ หรือจัดโซนไม่ถูกต้อง ก็ต้องรื้อแก้ใหม่ เสียทั้งเงินและเวลา
ร้านยาที่ ProCabin ออกแบบให้ ผ่าน GPP 100% ตั้งแต่รอบแรก เพราะเราคำนึงถึงมาตรฐานตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ
2. ลูกค้าเดินสะดวก ยอดขายเพิ่ม
Flow การเดินของลูกค้าที่ดี ทำให้ลูกค้าเห็นสินค้าได้ครบ มีโอกาสหยิบสินค้าเพิ่ม และรู้สึกสะดวกสบายในการเลือกซื้อ ร้านที่จัด Flow ดี มียอดขายต่อบิลสูงกว่าร้านที่จัดไม่ดีอย่างเห็นได้ชัด
3. ทำงานง่าย ลดความผิดพลาด
การจัดวางที่ดีทำให้เภสัชกรหยิบยาได้ถูกต้อง หาของเจอเร็ว และทำงานได้คล่องตัว ลดความผิดพลาดในการจ่ายยา และลดเวลาในการให้บริการลูกค้าแต่ละราย
4. สร้างความน่าเชื่อถือ
ร้านยาที่ดูดี สะอาด เป็นระเบียบ ลูกค้าไว้วางใจมากกว่า โดยเฉพาะในธุรกิจสุขภาพที่ความน่าเชื่อถือคือทุกอย่าง ลูกค้าพร้อมจ่ายแพงกว่าเพื่อซื้อยาจากร้านที่ดูเป็นมืออาชีพ
5 หลักการออกแบบร้านยาที่ดี
มาดูหลักการสำคัญที่ต้องคำนึงถึงเมื่อออกแบบร้านยากันค่ะ
หลักการที่ 1: ผ่านมาตรฐาน GPP
ตามมาตรฐาน GPP ร้านยาต้องมีพื้นที่ขาย ให้คำปรึกษา และแนะนำการใช้ยาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 8 ตารางเมตร (ไม่รวมพื้นที่เก็บสำรองยา) โดยด้านที่สั้นที่สุดต้องไม่น้อยกว่า 2 เมตร
นอกจากนี้ยังต้องมีโซนที่ชัดเจน ได้แก่ โซนจ่ายยา โซนให้คำปรึกษา และโซนเก็บยาที่แยกจากพื้นที่ขาย ทุกโซนต้องจัดวางให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์
อ่านเพิ่มเติม: มาตรฐาน GPP ร้านยา
หลักการที่ 2: Flow การเดินของลูกค้า
Flow ที่ดีควรเป็นแบบนี้ค่ะ: ลูกค้าเข้าร้าน → เดินดูสินค้า → ปรึกษาเภสัชกร → ชำระเงิน → ออกจากร้าน
การจัด Flow ที่ดีทำให้ลูกค้าเห็นสินค้าได้ครบก่อนถึงเคาน์เตอร์ มีโอกาสหยิบสินค้าเพิ่ม และไม่รู้สึกสับสนว่าต้องไปทางไหน
หลักการที่ 3: แบ่งโซนชัดเจน
ร้านยาที่ดีต้องแบ่งโซนชัดเจน ได้แก่
โซนบริการ: เคาน์เตอร์จ่ายยา พื้นที่ให้คำปรึกษา ต้องมีความเป็นส่วนตัวเพียงพอ
โซนขาย: ชั้นวางสินค้า OTC, อาหารเสริม, เวชสำอาง ลูกค้าเข้าถึงได้ง่าย
โซนจัดเก็บ: ห้องเก็บยา ตู้ยาควบคุม ต้องแยกจากพื้นที่ขายและมีความปลอดภัย
หลักการที่ 4: แสง สี วัสดุ
สี: สีที่เหมาะกับร้านยา ได้แก่ ขาว เขียวอ่อน ฟ้าอ่อน ให้ความรู้สึกสะอาด น่าเชื่อถือ และเกี่ยวข้องกับสุขภาพ ProCabin มีสีให้เลือกหลากหลาย ให้เข้ากับดีไซน์และถูกโฉลกกับเจ้าของร้านได้
แสง: ต้องสว่างเพียงพอ โดยเฉพาะบริเวณชั้นวางยาและเคาน์เตอร์ ให้ลูกค้าอ่านฉลากยาได้ชัดเจน
วัสดุ: เลือกวัสดุที่ทำความสะอาดง่าย ทนทาน และดูสะอาดตา เช่น ลามิเนตเงา หรือกระจก
หลักการที่ 5: ความปลอดภัยและการจัดเก็บ
ยาบางประเภทต้องเก็บในตู้ที่ล็อกได้ เช่น ยาควบคุมพิเศษ ยาเสพติดให้โทษ ต้องออกแบบให้มีตู้เฉพาะที่เข้าถึงได้เฉพาะเภสัชกร
นอกจากนี้ ระบบจัดเก็บต้องออกแบบให้หาของง่าย จัดหมวดหมู่ชัดเจน เพื่อความรวดเร็วในการทำงานและลดความผิดพลาด
ออกแบบร้านยาตามขนาดพื้นที่
พื้นที่ต่างกัน วิธีออกแบบก็ต่างกัน มาดูแนวทางสำหรับแต่ละขนาดกันค่ะ
ร้านยา 1 คูหา (พื้นที่ 16-20 ตร.ม.)
พื้นที่จำกัดแต่ยังผ่าน GPP ได้ถ้าออกแบบถูกต้อง สิ่งสำคัญคือต้องใช้พื้นที่ให้คุ้มค่าที่สุด
Layout แนะนำ: I-Shape หรือ L-Shape ที่วางชั้นยาตามแนวผนัง เพื่อให้พื้นที่ตรงกลางโล่งสำหรับลูกค้าเดิน
เคล็ดลับ: ใช้ชั้นวางสูงถึงเพดานเพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บ และใช้ตู้กระจกเพื่อให้รู้สึกโปร่งขึ้น
ดูตัวอย่าง: แบบร้านยา 1 คูหา จากผลงานจริง
ร้านยา 2-3 คูหา (พื้นที่ 32-60 ตร.ม.)
พื้นที่ขนาดนี้มีความยืดหยุ่นสูงในการจัดโซน สามารถแยกโซนขาย โซนให้คำปรึกษา และโซนเก็บยาได้ชัดเจนขึ้น
Layout แนะนำ: U-Shape หรือ L-Shape พร้อม Gondola (ชั้นวางของตามทางเดิน) สำหรับวางสินค้าขายดี หรือสินค้าโปรโมชั่น
เคล็ดลับ: แบ่งโซนให้ชัดเจน โซนยา โซนอาหารเสริม โซนเวชสำอาง เพื่อให้ลูกค้าหาของง่าย
ดูตัวอย่าง: แบบร้านยา 2-6 คูหา จากผลงานจริง
ร้านยาในห้าง / คอมมูนิตี้มอลล์
การเปิดร้านยาในห้างมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่เช่าและข้อกำหนดของห้าง แต่ก็มีข้อดีคือมีคนเดินผ่านเยอะ
สิ่งสำคัญ: ต้องออกแบบให้ดึงดูดคนเดินผ่าน มีหน้าร้านที่โดดเด่น และจัดวางสินค้าขายดีให้เห็นจากภายนอก
3 แผนผังร้านยายอดนิยม
มาดู Layout ที่นิยมใช้กันในร้านยา พร้อมข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบค่ะ
Layout แบบปิด (Closing Area)
เหมาะสำหรับพื้นที่ร้านยาที่มีขนาดค่อนข้างเล็ก ประมาณ 8-19 ตรม. ProCabin จะเรียกขนาดร้านยานี้ว่าขนาด S
Layout ของร้านยาไซส์ S จะมีพื้นที่ในการเดินได้น้อย จะมีเคาน์เตอร์ฝั่งบริการโดยเภสัชกรเป็นหลัก ร้านขายยาขนาดนี้ส่วนมากจะอยู่บริเวณสถานีรถไฟฟ้า หรือห้างที่ให้พื้นที่ขนาดเล็ก ที่ลูกค้าเปิดประตูร้านมาก็จะพบกับเภสัชกรเลย ร้านยาขนาด S บางร้านอาจใช้ระบบปิดจำกัดการเดินของลูกค้า และอาจมีเพียงหน้าต่างกั้นเพื่อให้ลูกค้าสั่งยาจากเภสัชกรโดยตรงเท่านั้น
Layout ที่มีพื้นที่บริการตนเอง แต่ไม่มี Gondola (ชั้นวางของตามทางเดิน)
เหมาะสำหรับพื้นที่ร้านยาที่มีขนาดกลาง ประมาณ 20-39 ตรม. ProCabin จะเรียกขนาดร้านยานี้ว่าขนาด M
Layout ของร้านยาไซส์ M จะมีพื้นที่ในการเดินมากขึ้น มีพื้นที่บริการโดยเภสัช และพื้นที่บริการตนเองเพิ่มขึ้นมา แต่จะยังไม่มีพื้นที่เหลือเพียงพอในการวาง Gondola (ชั้นวางของตามทางเดิน) เพิ่ม Layout แบบนี้เป็นที่นิยมค่อนข้างมาก เพราะร้านขายยาส่วนใหญ่ในประเทศไทยจะมีขนาดยอดนิยมเป็นขนาด 4×8 เมตร เป็นหน้าแคบและแนวลึก
Layout ที่มีพื้นที่บริการตนเอง และมี Gondola (ชั้นวางของตามทางเดิน)
เหมาะสำหรับพื้นที่ร้านยาที่มีขนาดใหญ่ ประมาณ 40 ตรม.ขึ้นไป ProCabin จะเรียกขนาดร้านยานี้ว่าขนาด L
Layout ของร้านยาไซส์ L จะมีพื้นที่ในการเดินค่อนข้างเยอะ มีพื้นที่บริการโดยเภสัช และพื้นที่บริการตนเองเพิ่มขึ้นมา อีกทั้งยังมีพื้นที่เหลือเพียงพอในการวาง Gondola (ชั้นวางของตามทางเดิน) เพิ่มอีกด้วย Gondola ก็จะช่วยในการวางสินค้าได้เยอะ และหลากหลายมากขึ้น ทำให้ช่วยบริการการจัดระเบียบการสินค้าได้ง่าย และสวยงามมากขึ้น Layout แบบนี้เป็นที่นิยมมากเช่นกัน จะเห็นได้ในร้านยาขนาดใหญ่ในห้างสรรพสินค้า หรือร้าน Stand Alone ที่มีขนาด 8×8 เมตร
จัดวางสินค้าในร้านยาให้ขายดี
ออกแบบตู้และ Layout เสร็จแล้ว อีกเรื่องที่ช่วยเพิ่มยอดขายได้ทันทีคือการจัดวางสินค้า หลักง่าย ๆ คือให้ลูกค้ามองเห็นชัดและหยิบได้สะดวกค่ะ
1. แบ่งหมวดสินค้าให้หาง่าย
แยกยาทั่วไป อาหารเสริม และเวชสำอางออกจากกัน แล้วติดป้ายบอกหมวดที่หัวตู้ ลูกค้าจะหาของเจอเร็วโดยไม่ต้องถามทุกครั้ง
2. วางสินค้าโปรโมชั่นและสินค้าใหม่ในจุดที่คนเดินผ่าน
ใช้ชั้นวางตั้งพื้น (Stand Shelf) วางไว้ใกล้ทางเข้าหรือใกล้จุดชำระเงิน ลูกค้าจะเห็นตั้งแต่เดินเข้าร้านและอีกครั้งก่อนจ่ายเงิน
3. เลือกชั้นวางที่ปรับระดับได้
สินค้าในร้านยามีหลายขนาด ตั้งแต่ซองยาไปจนถึงกล่องนมผง ชั้นที่ปรับความสูงได้ช่วยให้จัดเรียงได้แน่นและเป็นระเบียบ ส่วนสินค้าแผงหรือซองเล็ก ใช้ตะขอแขวนจะหยิบง่ายกว่า
4. ให้เคาน์เตอร์และมุมให้คำปรึกษาโล่ง
อย่าวางสินค้าจนบังเคาน์เตอร์จ่ายยาหรือโต๊ะให้คำปรึกษา ลูกค้าต้องมองเห็นเภสัชกรได้ชัด และมุมให้คำปรึกษาควรเป็นส่วนตัวพอที่จะคุยเรื่องอาการได้สบายใจ
5. ปรับการจัดร้านจากสิ่งที่ลูกค้าถามบ่อย
ถ้าลูกค้าถามหาสินค้าตัวไหนบ่อย แปลว่าสินค้านั้นอาจวางอยู่ในจุดที่มองไม่เห็น ลองย้ายมาไว้ระดับสายตาหรือใกล้เคาน์เตอร์ แล้วดูว่ายอดขายเปลี่ยนไหม
ไอเดียแบบร้านยาสวยๆ
มาดูตัวอย่างร้านยาจริงที่ ProCabin ออกแบบและผลิตให้ แบ่งตามสไตล์ที่นิยมค่ะ ดูแบบร้านยาเพิ่มเติมทั้งตามขนาดพื้นที่ สไตล์ และงบประมาณได้ที่ รวมแบบร้านยาสวย จากลูกค้าจริง
เน้นความเรียบง่าย สีขาวหรือสีอ่อนเป็นหลัก ดูสะอาดตา เหมาะกับร้านยาในเมืองที่ต้องการภาพลักษณ์ทันสมัย
ใช้วัสดุทันสมัย ผสมผสานกระจกและไม้ มีไฟ LED เน้นจุด ดูหรูหราแต่ไม่หนักเกินไป
สร้างบรรยากาศของร้านยาให้ผ่อนคลายสไตล์คาเฟ่ ด้วยชุดตู้ยาขาวล้วน กับการตกแต่งผนังและแสงไฟโทนสบายตา
ขั้นตอนการออกแบบร้านยากับ ProCabin
ProCabin รับออกแบบและผลิตร้านยาครบวงจร ตั้งแต่ออกแบบจนติดตั้งเสร็จ มีขั้นตอนดังนี้ค่ะ
1. ลูกค้าส่งข้อมูล 3 อย่างเกี่ยวกับร้านของคุณ
- ขนาด และ Layout ภายในร้าน หากส่งเป็นแปลนหรือพิมพ์เขียวได้จะง่ายที่สุด ทางร้านจะสามารถดูรายละเอียดงานระบบและขนาดได้จากพิมพ์เขียวได้เลย แต่หากลูกค้ายังไม่มีพิมพ์เขียวลูกค้าสามารถส่งเป็นภาพพร้อมขนาดของแต่ละด้านภายในร้านมาได้เช่นกัน
- พื้นที่ตั้งของร้าน
- วันที่คาดว่าจะเปิดร้าน
2. ทีมดีไซน์เนอร์วางแบบ Layout & ฝ่ายขายส่งใบประเมิน
ทางทีมดีไซน์เนอร์จะวางแบบ Layout ให้ลูกค้าฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ในขั้นตอนนี้ ลูกค้าจะเห็นภาพรวมของร้านขายยา และสามารถปรับเพิ่มลดจำนวนตู้เพิ่มเติมได้ในขั้นตอนนี้ ซึ่งฝ่ายขายจะสามารถส่งใบประเมินราคาให้ลูกค้าได้เลยตามแบบ Layout ที่ลูกค้าพึงพอใจ ในขั้นตอนนี้ทางฝ่ายขายจะให้คำแนะนำเรื่องประเภทตู้ และจำนวนที่เหมาะสมเพื่อให้ลูกค้าได้ร้านยาที่สวยงาม และช่วยคุมงบประมาณให้ลูกค้าอีกด้วย
3. ชำระค่ามัดจำ & ทำภาพ 3D
หลังจากได้ Layout ที่ลูกค้าพึงพอใจ จะมีการขึ้นภาพเสมือนจริง (3D) เพื่อให้ลูกค้าเห็นแบบร้านที่ใกล้เคียงความจริงมากที่สุดก่อนผลิตจริง
4. ผลิตสินค้า (15-20วัน)
ทาง ProCabin ใช้เทคโนโลยีในการผลิตตู้ที่ทันสมัย จึงมีความรวดเร็วและแม่นยำ ระยะการผลิตจะอยู่ที่ประมาณ 15-20 วัน แต่หากเป็นตู้สีมาตรฐาน เช่น สีขาวล้วน จะสามารถผลิตได้ภายใน 3-5 วัน
5. จัดส่งและติดตั้งสินค้า (1-2วัน)
ทาง ProCabin มีทีมงานติดตั้งมืออาชีพประสบการณ์มากกว่า 10 ปี นำทีมการผลิตและติดตั้ง ลูกค้าจึงสามารถไว้วางใจได้ว่าตู้ภายในร้านขายยาของลูกค้าจะติดตั้งได้รวดเร็ว ประณีต เรียบร้อย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการออกแบบร้านยา
Q: ออกแบบร้านยาใช้เวลากี่วัน?
A: ตั้งแต่เริ่มออกแบบจนติดตั้งเสร็จ ใช้เวลาประมาณ 30-45 วัน ขึ้นอยู่กับขนาดและความซับซ้อนของร้าน
Q: ค่าออกแบบร้านยาเท่าไหร่?
A: ราคาขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ รูปแบบที่เลือก และวัสดุที่ใช้ สามารถติดต่อเพื่อสอบถามราคาและขอใบเสนอราคาได้ฟรี
Q: ออกแบบร้านยาเองได้ไหม หรือต้องจ้าง?
A: ออกแบบเองได้ถ้ามีความรู้เรื่อง GPP และการจัดวางพื้นที่ แต่ถ้าไม่มั่นใจ แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อลดความเสี่ยงที่จะไม่ผ่าน GPP หรือต้องรื้อแก้ภายหลัง
Q: ถ้าพื้นที่แปลก ออกแบบได้ไหม?
A: ได้ค่ะ ProCabin มีประสบการณ์ออกแบบร้านยาในพื้นที่หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่แคบยาว พื้นที่เป็นมุม หรือพื้นที่ไม่เป็นสี่เหลี่ยม ทีมงานจะออกแบบให้เหมาะสมและผ่าน GPP ได้
Q: ออกแบบแล้วต้องทำกับ ProCabin เท่านั้นไหม?
A: ไม่จำเป็นค่ะ แต่ถ้าทำกับ ProCabin จะได้ราคาที่คุ้มค่ากว่า เพราะเราผลิตเองจากโรงงาน และรับประกันว่าแบบที่ออกจะผลิตได้จริงตามที่เห็นในภาพ 3D
ทำไมต้อง ProCabin?
ประสบการณ์กว่า 10 ปี: ออกแบบและผลิตร้านยามาแล้วกว่า 300 ร้านทั่วประเทศ การันตีว่าผ่าน GPP 100%
ครบวงจร: ตั้งแต่ออกแบบ ผลิต จนถึงติดตั้ง จบในที่เดียว ไม่ต้องประสานงานหลายเจ้า
มีโรงงานเอง: ผลิตเองไม่ผ่านคนกลาง ควบคุมคุณภาพได้ ไม่ทิ้งงาน
เครื่องจักรคุณภาพสูง: ได้ตู้ยาที่สวย เนี๊ยบ แม่นยำ
ปรับแต่งได้: พร้อมปรับเปลี่ยนตามหน้างานจริง ไม่ยึดติดกับแบบจนปรับอะไรไม่ได้
อ่านเพิ่มเติม: 7 เหตุผล ทำไมต้องเลือกทำตู้ร้านยากับ ProCabin
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว พร้อมเปิดร้านยาหรือยังคะ?
ถ้าคุณกำลังวางแผนเปิดร้านยา หรืออยากปรับปรุงร้านยาเดิมให้ดูดีขึ้น ปรึกษา ProCabin ได้เลยที่ Line: @procabin เราพร้อมช่วยตั้งแต่ให้คำปรึกษา ออกแบบ ผลิต จนถึงติดตั้ง หรือสั่งซื้อเฟอร์นิเจอร์ร้านยาขนาดมาตรฐานได้ที่ Shopee: ProCabin Furniture ค่ะ
![รวมแบบร้านยาสวย หลายสไตล์ จากลูกค้าจริง ProCabin [อัปเดต 2569]](https://procabin.co/wp-content/uploads/2026/04/รวมแบบร้านยาสวย-หลายสไตล์-จากลูกค้าจริง-ProCabin-768x512.webp)
![ออกแบบร้านยา ครบทุกเรื่องที่ต้องรู้ [2569]](https://procabin.co/wp-content/uploads/2026/02/ครบทุกเรื่องออกแบบร้านยาที่ต้องรู้-2569-768x512.webp)







