ร้านตกแต่งเสร็จแล้ว ใบอนุญาตกำลังจะได้ แต่ยังไม่แน่ใจว่าพร้อมเปิดหรือยัง? บทความนี้ ProCabin รวบรวม Checklist ทุกอย่างที่ต้องเตรียมก่อนเปิดร้านขายยา อัปเดตตามข้อกำหนด GPP 2569 ให้คุณเช็กทีละข้อ ไม่พลาดสิ่งสำคัญค่ะ
1. เอกสารและใบอนุญาตที่ต้องมี
ก่อนเปิดร้าน ต้องมั่นใจว่าเอกสารสำคัญพร้อมครบถ้วน ได้แก่ ใบอนุญาตขายยาแผนปัจจุบัน (ข.ย.1) ฉบับจริงที่ต้องติดที่ร้าน, คำรับรองผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ (ข.ย.14), สำเนาใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม, สัญญาเช่าหรือเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์สถานที่ และแบบแปลนร้านที่ผ่านการอนุมัติจาก สสจ. แล้ว
นอกจากนี้ อย่าลืมลงทะเบียนในระบบ Skynet หรือระบบอื่นๆ ที่หน่วยงานกำหนด เพื่อให้พร้อมสำหรับการรายงานข้อมูลตามกฎหมายค่ะ
2. พื้นที่และ Built-in ตามข้อกำหนด GPP 2569
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าพื้นที่ร้านผ่านข้อกำหนด GPP 2569 ทุกข้อ
ขนาดพื้นที่: ร้านขนาดเล็กต้องมีพื้นที่รวมไม่น้อยกว่า 16 ตารางเมตร ส่วนร้านมาตรฐานต้องไม่น้อยกว่า 30 ตารางเมตร ความกว้างหน้าร้านต้องไม่น้อยกว่า 3 เมตร และความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานต้องไม่น้อยกว่า 2.6 เมตร
พื้นที่ควบคุมโดยเภสัชกร: ต้องมีขนาดไม่น้อยกว่า 8 ตารางเมตร โดยด้านที่สั้นที่สุดต้องไม่น้อยกว่า 2 เมตร
ทางเดินและประตู: ทางเดินภายในร้านต้องกว้างไม่น้อยกว่า 1.20 เมตร เพื่อให้รถเข็นผ่านได้ ประตูทางเข้าหลักต้องกว้างไม่น้อยกว่า 90 เซนติเมตร ประตูห้องจัดยาไม่น้อยกว่า 80 เซนติเมตร และธรณีประตูไม่ควรมี หรือสูงไม่เกิน 1.5 เซนติเมตร
ตู้เก็บยา: ต้องยกสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร และต้องมีม่านบังยาทุกตู้ที่ลูกค้าสามารถมองเห็นยาได้ สำหรับร้านยาในจังหวัดภูเก็ต กระบี่ และตรัง ต้องมีบานกระจกเปิด-ปิดเพิ่มเติมด้วย
3. อุปกรณ์ที่ต้องมีตามกฎหมาย
อุปกรณ์พื้นฐานที่ต้องจัดเตรียมให้ครบ ได้แก่ ตู้เย็นสำหรับเก็บยาที่ควบคุมอุณหภูมิได้ในช่วง 2-8 องศาเซลเซียส พร้อมเทอร์โมมิเตอร์ภายในตู้, ถาดนับยาอย่างน้อย 2 ถาด (แยกกลุ่มยา Penicillin/Sulfa และยาทั่วไป), เครื่องวัดความดันโลหิต 1 เครื่อง, เครื่องชั่งน้ำหนัก 1 เครื่อง และที่วัดส่วนสูง 1 ชิ้น
นอกจากนี้ ต้องมีเทอร์โมมิเตอร์และไฮโกรมิเตอร์สำหรับวัดอุณหภูมิและความชื้นในบริเวณร้านและคลังยา รวมถึงถังดับเพลิงอย่างน้อย 1 ถัง โดยติดตั้งสูงจากพื้นไม่เกิน 150 เซนติเมตรนะคะ
4. ป้ายและสัญลักษณ์ที่ต้องติด
ป้ายที่ต้องมี ได้แก่ ป้าย “สถานที่ขายยาแผนปัจจุบัน” สีน้ำเงินติดหน้าร้าน และป้ายแสดงชื่อเภสัชกร รูปถ่าย เลขที่ใบอนุญาต พร้อมเวลาปฏิบัติงาน โดยป้ายนี้ต้องมีขนาด 70×30 เซนติเมตร ตัวอักษรสูงไม่น้อยกว่า 3 เซนติเมตร พื้นสีน้ำเงิน ตัวอักษรสีขาว
ภายในร้านต้องมีป้ายบอกกลุ่มยาตามหลักเภสัชวิทยาติดที่ชั้นวางยา, ป้าย “บริเวณให้คำปรึกษาด้านยา” ติดที่โซนให้คำปรึกษา และป้ายแจ้งให้ลูกค้าบอกอาการติดที่เคาน์เตอร์
5. แสงสว่างและสภาพแวดล้อม
ตรวจสอบระบบแสงสว่างให้เป็นไปตามข้อกำหนด โดยแสงสว่างทั่วไปในร้านต้องไม่น้อยกว่า 300 Lux และบริเวณจัดยาต้องไม่น้อยกว่า 500 Lux ที่สำคัญคือต้องใช้แสงสีขาว (Daylight/Cool White) เท่านั้น ห้ามใช้แสงสีเหลืองค่ะ
สำหรับอุณหภูมิ ต้องควบคุมให้ภายในร้านไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส และตรวจสอบให้แน่ใจว่าแอร์ไม่เป่าลงยาโดยตรงค่ะ
6. ระบบและเอกสาร QA
จัดเตรียมแบบฟอร์มและระบบควบคุมคุณภาพให้พร้อมใช้งาน ได้แก่ แบบฟอร์มบันทึกอุณหภูมิและความชื้น (สำหรับร้านและตู้เย็น), แบบฟอร์ม ข.ย.9 (บัญชีซื้อยา), ข.ย.10 (บัญชีขายยาควบคุมพิเศษ), ข.ย.11 (บัญชีขายยาอันตราย) และ ข.ย.12 (บันทึกใบสั่งยา)
นอกจากนี้ ควรมีระบบติดตามวันหมดอายุยาแบบ FEFO (First Expire First Out) และ SOP การจัดการยาหมดอายุหรือเสื่อมสภาพเตรียมไว้ด้วยนะคะ
7. บุคลากรและการแต่งกาย
ต้องมีเภสัชกรพร้อมปฏิบัติงานตลอดเวลาที่ร้านเปิดทำการ โดยเภสัชกรต้องสวมเสื้อกาวน์สีขาวที่มีสัญลักษณ์สภาเภสัชกรรม พร้อมติดป้ายชื่อที่ระบุคำว่า “เภสัชกร” อย่างชัดเจน
สำหรับพนักงานร้านยา ต้องแต่งกายแตกต่างจากเภสัชกรอย่างชัดเจน และติดป้ายชื่อที่ระบุคำว่า “พนักงานร้านยา” เพื่อให้ลูกค้าแยกแยะได้
สรุป
การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเปิดร้านขายยาไม่ใช่เรื่องยาก แค่เช็กให้ครบทุกข้อตาม Checklist นี้ ตั้งแต่เอกสาร พื้นที่ อุปกรณ์ ป้าย ระบบ QA ไปจนถึงบุคลากร คุณก็พร้อมเปิดร้านและผ่านการตรวจ GPP ได้อย่างมั่นใจ
หากต้องการความช่วยเหลือเรื่องการออกแบบและผลิตเฟอร์นิเจอร์ร้านยาที่ผ่านมาตรฐาน GPP 2569 ทุกข้อ ปรึกษา ProCabin ได้เลยค่ะ
![ออกแบบร้านยา ครบทุกเรื่องที่ต้องรู้ [2569]](https://procabin.co/wp-content/uploads/2026/02/ครบทุกเรื่องออกแบบร้านยาที่ต้องรู้-2569-768x512.webp)








